ทำไมต้องใช้ไหมขัดฟัน ?

ทำไมต้องใช้ไหมขัดฟัน ?

ทำไมต้องใช้ไหมขัดฟัน ?

ไหมขัดฟัน (Dental Floss) คืออะไร? ไอเทมสำคัญที่คนรักสุขภาพฟันห้ามมองข้าม

ไหมขัดฟัน (Dental Floss) คือ นวัตกรรมทางทันตกรรมที่ผลิตขึ้นเพื่อช่วยขจัดเศษอาหารและคราบแบคทีเรีย (Plaque) ที่ติดอยู่ตามซอกฟัน ซึ่งเป็นจุดที่แปรงสีฟันทั่วไปเข้าไม่ถึง ในอดีตไหมขัดฟันทำจากเส้นใยไหมบิดเกลียวเคลือบขี้ผึ้ง แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาใช้วัสดุไนลอนหรือพลาสติกสังเคราะห์พิเศษ ทำให้เส้นเล็ก แข็งแรง และใช้งานได้สะดวกราบรื่นยิ่งขึ้นครับ

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าควรใช้ไหมขัดฟันเฉพาะตอนที่รู้สึกว่ามีเศษอาหารชิ้นโตติดฟัน หรือใช้แทนไม้จิ้มฟันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ไหมขัดฟันเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดช่องปากประจำวันที่มีความสำคัญไม่แพ้การแปรงฟัน โดยเราสามารถใช้ขัดซอกฟันได้เป็นประจำทุกวัน ทั้งก่อนหรือหลังการแปรงฟัน เพื่อทำความสะอาดซอกฟันให้ครบทุกซี่ ช่วยลดการสะสมของคราบหินปูนและลดโอกาสเกิดฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ


4 เหตุผลสำคัญ ทำไมเราจึงต้องใช้ไหมขัดฟันทุกวัน?

แม้จะแปรงฟันอย่างสะอาดแล้ว แต่ซอกฟันคือจุดบอดที่ขนแปรงเข้าไม่ถึง การใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำจึงให้ประโยชน์ที่ดีต่อช่องปากดังนี้:

  • กำจัดเศษอาหารในจุดบอดอย่างปลอดภัย: ช่วยเคลียร์เศษอาหารตามซอกฟันได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด ลดการบาดเจ็บของเหงือกเมื่อเทียบกับการใช้ไม้จิ้มฟัน และไม่ทำให้เกิดปัญหาฟันห่างซึ่งจะยิ่งทำให้เศษอาหารติดง่ายขึ้นในอนาคต
  • ป้องกันการเกิดกลิ่นปาก: เศษอาหารชิ้นเล็กๆ หรือคราบพลัคที่ตกค้างตามซอกฟันโดยที่เราไม่รู้ตัว เป็นสาเหตุหลักของการบูดเน่าและเกิดกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ การขัดฟันจะช่วยขจัดต้นตอเหล่านี้ออกไปได้
  • ลดความเสี่ยงฟันผุตามซอกฟัน: ปัญหาฟันผุด้านข้างหรือซอกฟันมักตรวจพบได้ยากและรักษายาก การใช้ไหมขัดฟันเคลียร์คราบแบคทีเรียเป็นประจำจึงเป็นวิธีป้องกันฟันผุที่ดีที่สุด
  • ลดปัญหาเหงือกอักเสบและหินปูนฝังแน่น: การทำความสะอาดลึกถึงร่องเหงือกช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดคราบหินปูน ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเหงือกอักเสบ เหงือกร่น โรคปริทนต์ ฟันโยก จนอาจนำไปสู่การสูญเสียฟันแท้ในอนาคต

วิธีใช้ไหมขัดฟัน (Dental Floss) อย่างถูกต้องเพื่อสุขภาพฟันที่ดี

เพื่อให้การทำความสะอาดซอกฟันได้ผลลัพธ์สูงสุดและไม่ทำร้ายเหงือก ควรปฏิบัติตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ:

  1. จับไหมให้มั่นคง: ดึงไหมขัดฟันยาวประมาณ 12-18 นิ้ว พันรอบนิ้วกลางทั้งสองข้าง แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับไหมให้ตึง ค่อยๆ เลื่อนไหมผ่านซอกฟันเบาๆ ลงไปจนถึงขอบเหงือก (ระวังอย่ากดไหมลงไปแรงจนกระแทกเหงือก)
  2. โอบและขยับโคนฟัน: ทำการโอบเส้นไหมให้เป็นรูปตัว “C” รอบซี่ฟัน ดันเข้าไปในร่องเหงือกเล็กน้อย แล้วขยับไหมเคลื่อนขึ้น-ลงเบาๆ เพื่อเช็ดเอาคราบแบคทีเรียออก ทำแบบเดียวกันนี้กับฟันให้ครบทุกซอก
  3. ทำความสะอาดฟันกรามซี่ในสุด: อย่าลืมเอื้อมไหมเข้าไปโอบทำความสะอาดบริเวณผิวฟันกรามด้านหลังสุด ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดฟันผุและหินปูนสะสมได้ง่ายเช่นกัน

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ควรขัดฟันให้ครบทุกซี่อย่างเป็นระบบ เช่น เริ่มจากฟันบนจากขวาไปซ้าย แล้วต่อด้วยฟันล่างจากขวาไปซ้าย ไหมขัดฟันที่ใช้แล้วควรทิ้งทันที ห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำเพราะเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย และอ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังขัดฟันเสร็จครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไหมขัดฟัน (FAQ)

Q: สามารถใช้เส้นด้ายเย็บผ้าทั่วไปแทนไหมขัดฟันได้ไหม?
A: ไม่แนะนำอย่างยิ่งครับ เพราะเส้นด้ายเย็บผ้ามีความหยาบ ไม่ลื่น และไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อสำหรับช่องปาก อาจบาดเหงือกจนอักเสบ และไม่สามารถทำความสะอาดคราบพลัคได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Q: ถ้าไม่ชอบใช้ ไม่ใช้ไหมขัดฟันเลยได้ไหม?
A: ไม่แนะนำให้ละเลยครับ เพราะการแปรงฟันอย่างเดียวทำความสะอาดพื้นผิวฟันได้เพียงประมาณ 60% เท่านั้น อีก 40% ที่เหลืออยู่ตามซอกฟัน หากไม่ใช้ไหมขัดฟันเลย จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดหินปูนสะสมและฟันผุตามซอกฟันครับ

Q: ควรใช้ไหมขัดฟันตอนไหนดีที่สุด?
A: แนะนำให้ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือตอนเย็นก่อนการแปรงฟันก่อนนอน เพื่อเคลียร์คราบสะสมตลอดทั้งวัน หรือจะใช้ทุกครั้งหลังรับประทานอาหารเมื่อมีเศษอาหารติดฟันก็ได้ครับ

การดูแลซอกฟันในวันนี้ คือรากฐานของรอยยิ้มที่แข็งแรงในอนาคต
การใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำควบคู่กับการแปรงฟันจะช่วยให้ช่องปากสะอาดสดชื่นในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟันและขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน ถึง 1 ปี กันนะครับ

👉 นัดหมายนัดตรวจสุขภาพฟันและช่องปากกับคุณหมอใจดีได้ที่นี่