รากฟันเทียม คืออะไร ?
รากฟันเทียม คืออะไร ?
รากฟันเทียม (Dental Implant) คืออะไร? ทางออกของคนทุกวัยที่สูญเสียฟัน
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “รากฟันเทียม” เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำรากฟันเทียมเหมาะสำหรับทุกคนทุกวัยที่ต้องสูญเสียฟันแท้ไป ไม่ว่าจะเกิดจากปัญหาฟันผุลึกจนไม่สามารถรักษาได้ โรคเหงือกอักเสบรุนแรงที่ทำให้ฟันโยก หรือแม้กระทั่งการสูญเสียฟันจากอุบัติเหตุ
บางท่านอาจจะยังสับสนระหว่างการทำรากฟันเทียมกับการ รักษารากฟัน ซึ่งการรักษารากฟันคือการซ่อมแซมฟันแท้เดิมไว้ แต่การทำรากฟันเทียมคือการ “สร้างฟันใหม่ขึ้นมาทดแทนฟันที่ถอนออกไปแล้ว” นั่นเอง มารู้จักนวัตกรรมนี้ให้ดีขึ้นเพื่อคืนรอยยิ้มและความมั่นใจให้ตัวคุณกันครับ
โครงสร้างล้ำสมัย: 3 ส่วนประกอบสำคัญของรากฟันเทียม
รากฟันเทียมคือฟันปลอมชนิดติดแน่นที่ผลิตจากวัสดุไทเทเนียม ซึ่งมีความเข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ โดยมีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่:
- 1. รากเทียม (Implant Body / Fixture): ส่วนที่มีลักษณะคล้ายสกรูฝังจมลงไปในกระดูกขากรรไกร เพื่อทำหน้าที่ยึดติดแน่นและทำหน้าที่แทนรากฟันธรรมชาติ
- 2. แกนยึดอุด (Implant Abutment): ส่วนข้อต่อที่ทำจากไทเทเนียมหรือเซรามิค ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างรากเทียมใต้เหงือกและตัวครอบฟันด้านบน
- 3. ตัวครอบฟัน (Prosthetic Component): ฟันเทียมชั้นนอกสุด (เช่น ครอบฟัน หรือสะพานฟัน) ที่ยึดติดกับแกนอุดด้วยกาวทันตกรรมหรือสกรู มีรูปร่างและสีสันสวยงามกลมกลืนกับฟันธรรมชาติ
5 ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
การฝังรากฟันเทียมอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย จำเป็นต้องผ่านกระบวนการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ ดังนี้:
- ครั้งที่ 1: ตรวจวินิจฉัยและวางแผนรักษา – ทำการ X-ray แบบพาโนรามา (2 มิติ) และ CT Scan (3 มิติ) เพื่อประเมินความหนาของกระดูกขากรรไกร พร้อมทั้งพิมพ์ปากเพื่อกำหนดตำแหน่งฝังรากเทียมที่แม่นยำ
- ครั้งที่ 2: ผ่าตัดฝังรากเทียม – ทันตแพทย์จะทำการผ่าตัดเล็กเพื่อฝังรากเทียมลงในกระดูกขากรรไกร จากนั้นเย็บปิดแผลและนัดตัดไหมภายใน 7-14 วัน (หลังจากนั้นจะรอให้กระดูกยึดเกาะกับรากเทียมประมาณ 3-6 เดือน)
- ครั้งที่ 3: ติดตั้งแกนหลักยึด (Abutment) – เมื่อรากเทียมยึดติดกับกระดูกแน่นดีแล้ว ทันตแพทย์จะใส่แกนโลหะเพื่อเป็นตัวรองรับตัวครอบฟัน
- ครั้งที่ 4: พิมพ์ปากเตรียมทำครอบฟัน – ทำการเก็บรายละเอียดและส่งแล็บทันตกรรมเพื่อผลิตตัวครอบฟันที่พอดีกับช่องปากของคนไข้
- ครั้งที่ 5: ใส่ครอบฟันเสร็จสมบูรณ์ – ขั้นตอนสุดท้ายในการติดตั้งครอบฟันจริง ให้คุณได้ฟันใหม่ที่สวยงามและบดเคี้ยวอาหารได้แข็งแรงไม่ต่างจากฟันธรรมชาติ
ข้อปฏิบัติและวิธีดูแลตนเองหลังทำรากฟันเทียม
- ดูแลทำความสะอาดช่องปากให้ถูกวิธีด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ
- ระมัดระวังการเคี้ยวอาหารในช่วงแรก หลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งหรือของเหนียวยากเพื่อยืดอายุการใช้งานของรากฟัน
- เข้าพบทันตแพทย์ตามนัดหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อตรวจเช็กสภาพรากฟันเทียมและเหงือกโดยรอบ
- เลือกรับการรักษากับคลินิกทันตกรรมที่ได้มาตรฐานและทันตแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยในการรักษา
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำรากฟันเทียม (FAQ)
Q: ทำรากฟันเทียมเจ็บไหม?
A: ในระหว่างขั้นตอนการผ่าตัด ใช้ยาชาระหว่างทำ คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกสบายค่ะ หลังจากยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการตึงหรือปวดระบมเล็กน้อย ซึ่งสามารถควบคุมอาการได้ด้วยการทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งค่ะ
Q: รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่?
A: โดยทั่วไปรากฟันเทียมอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10-20 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาสุขอนามัยในช่องปากและการใช้งานของแต่ละบุคคลค่ะ
Q: ทำไมรากฟันเทียมจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เหมาะสมเมื่อสูญเสียฟัน?
A: เพราะรากฟันเทียมทำจากไทเทเนียมที่เข้ากับร่างกายได้ดี เป็นฟันปลอมติดแน่นที่ไม่ต้องถอดเข้าออก ไม่ส่งผลกระทบต่อฟันซี่ข้างเคียง และช่วยคงสภาพกระดูกขากรรไกรไม่ให้ละลายตัวลงไปครับ
อย่าปล่อยให้การสูญเสียฟันบั่นทอนความมั่นใจและการกินอาหารของคุณ
