หลีกเลี่ยง…อาหารที่จะทำให้ฟันผุ

หลีกเลี่ยง…อาหารที่จะทำให้ฟันผุ

หลีกเลี่ยง…อาหารที่จะทำให้ฟันผุ

อาหารที่ทำให้ฟันผุมีอะไรบ้าง? เช็กพฤติกรรมการกินก่อนสายเกินแก้

นอกจากละเลยการทำความสะอาดฟันเป็นประจำแล้ว หนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาฟันผุที่เกิดขึ้นกับคนทุกช่วงวัยก็คือ “การเลือกทานอาหาร” เมื่อแบคทีเรียในช่องปากทำปฏิกิริยากับน้ำตาลและเศษอาหารที่ค้างอยู่ จะเกิดกรดที่คอยกัดกร่อนเคลือบฟันจนเป็นรู หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา โพรงแผลจะลึกลงไปถึงชั้นเนื้อฟันและโพรงประสาทฟัน ทำให้เกิดอาการเสียวฟันหรือปวดฟันอย่างรุนแรง จนอาจต้องจบลงด้วยการ รักษารากฟัน ในที่สุด


7 ตัวการร้าย อาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้ฟันผุง่ายที่สุด

1. ลูกอมและลูกกวาด

มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักและมีความเหนียว ทำให้คราบน้ำตาลเกาะติดอยู่บนผิวฟันเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อผิวฟันโดยตรงและทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี

2. น้ำอัดลม

ประกอบด้วยกรดคาร์บอนิกและน้ำตาลในปริมาณสูง มีฤทธิ์กัดกร่อนผิวเคลือบฟันให้บางลง การดื่มเป็นประจำจะทำลายเนื้อฟัน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในช่องปาก และสารฟอสฟอรัสที่มากเกินไปในน้ำอัดลมยังส่งผลให้ร่างกายดึงแแคลเซียมออกจากกระดูกและฟัน เสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนอีกด้วย

3. ชาและกาแฟ

มีสารแทนนิน (Tannin) ที่ทำให้เกิดคราบเหลืองฝังแน่นบนผิวฟัน อีกทั้งเครื่องดื่มประเภทนี้มักมีการเติมน้ำตาลและมีความเป็นกรดสูง หากชอบดื่มแบบร้อนจัดยังอาจทำลายเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปาก เช่น เหงือกและลิ้น ให้บางลงด้วย

4. การเคี้ยวน้ำแข็ง

การกัดหรือเคี้ยวน้ำแข็งแช่แข็งเป็นประจำทำให้ผิวเคลือบฟันสึกกร่อนและเสี่ยงต่อฟันแตกได้ง่าย ความเย็นจัดยังรบกวนระบบสมดุลของร่างกาย (Homeostasis) ทำให้เส้นเลือดหดตัว

5. ช็อกโกแลต

โดยเฉพาะช็อกโกแลตที่มีรสหวานจัดและเหนียวข้น หากทานแบบแช่แข็งจะยิ่งเพิ่มแรงกดต่อกล้ามเนื้อกรามและเหงือก ทำให้ฟันได้รับผลกระทบจากแรงบดเคี้ยวที่มากเกินไป

6. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักมีน้ำตาลแฝงอยู่มาก และทำให้ปากแห้ง (น้ำลายน้อยลง) ส่งผลให้แบคทีเรียสะสมในช่องปากได้ง่ายขึ้น นำไปสู่ปัญหาฟันผุและกลิ่นปาก

7. เครื่องดื่มชูกำลังและน้ำหวาน

แม้จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นตื่นตัว แต่เครื่องดื่มเหล่านี้อุดมไปด้วยน้ำตาลและกรดปริมาณมหาศาล ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียตัวร้ายที่ทำลายเคลือบฟัน


เคล็ดลับการเลือก “อาหารบำรุงฟัน” เพื่อรอยยิ้มที่แข็งแรง

การปรับพฤติกรรมการทานอาหารสามารถช่วยนำแร่ธาตุกลับคืนสู่ฟัน และสร้างเกราะป้องกันฟันผุจากภายในได้ ดังนี้:

  • ผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง: เช่น แอปเปิ้ล แครอท และเซเลอรี่ ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลายเพื่อทำความสะอาดฟันตามธรรมชาติ
  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่: มีสารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของแบคทีเรีย ลดคราบพลัค
  • แคลเซียมสูง: เช่น นม เนย โยเกิร์ต อาหารทะเล และผักตระกูลกะหล่ำ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้โครงสร้างฟัน
  • แมกนีเซียม: เช่น ผักโขม อะโวคาโด และธัญพืชต่างๆ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมไปบำรุงเนื้อฟันได้ดียิ่งขึ้น
  • ฟลูออไรด์ธรรมชาติ: พบได้ในอาหารทะเล องุ่น และน้ำดื่มสะอาด ช่วยเคลือบฟันและป้องกันฟันผุ
  • น้ำเปล่า: การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอช่วยลดอาการปากแห้ง และล้างเศษอาหารที่ตกค้างตามร่องฟัน

วิธีดูแลสุขภาพช่องปากและฟันในชีวิตประจำวัน

เพื่อสุขภาพฟันที่ดี ควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดทันทีหลังทานอาหาร และควร รอประมาณ 30 นาทีก่อนแปรงฟัน เพื่อป้องกันไม่ให้แปรงฟันไปขัดถูผิวเคลือบฟันที่กำลังอ่อนแอจากกรดในอาหาร ที่สำคัญควรพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ

ข้อคิดเพื่อสุขภาพฟัน: การบริโภคอาหารที่มีกากใย อุดมด้วยวิตามิน แคลเซียม และแมกนีเซียม จะช่วยบำรุงฟันให้แข็งแรง ในทางตรงกันข้าม อาหารที่มีน้ำตาลและกรดสูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการสึกหรอและฟันผุ

👉 นัดตรวจฟันกับคุณหมอใจดี ที่นี่