มาทำความรู้จัก “คอฟันสึก” กันเถอะ

มาทำความรู้จัก “คอฟันสึก” กันเถอะ

มาทำความรู้จัก “คอฟันสึก” กันเถอะ

มาทำความรู้จัก “คอฟันสึก” สาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้เสียวฟัน

อาการคอฟันสึก เสียวฟัน

ใครที่มีอาการเสียวฟันบ่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาที่รับประทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัด เย็นจัด เปรี้ยวจัด หรือหวานจัด อีกทั้งยังมีนิสัยชอบแปรงฟันแรง ๆ หรือใช้แปรงสีฟันขนแข็ง นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติที่เรียกว่า “คอฟันสึก” ซึ่งเป็นอาการที่ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด ควรเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการอุดคอฟันตั้งแต่เนิ่น ๆ พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีทำความสะอาดฟันให้เหมาะสม ไม่อย่างนั้นรอยสึกอาจลุกลามลึกจนสร้างความเสียหายไปถึงรากฟันได้

คอฟันสึก (Abfraction) คืออะไร?

Abfraction หรือ คอฟันสึก เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการเสียวฟัน เกิดจากการสูญเสียผิวเคลือบฟันบริเวณคอฟัน ซึ่งเป็นส่วนรอยต่อระหว่างตัวฟัน รากฟัน และขอบเหงือก จนกลายเป็นร่องลึก โดยระดับความรุนแรงจะมีตั้งแต่การสึกเล็กน้อยบริเวณผิวเคลือบฟัน สึกลึกถึงเนื้อฟัน ไปจนถึงขั้นสึกลึกจนทะลุโพรงประสาทฟัน

ลักษณะคอฟันสึก

5 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการคอฟันสึก

  • การแปรงฟันผิดวิธี: การออกแรงขัดหรือแปรงฟันแรงเกินไป ร่วมกับการใช้ยาสีฟันที่มีผงขัดหยาบ บริเวณร่องเหงือกจะทำให้ชั้นเคลือบฟันค่อย ๆ ถูกทำลายไปจนถึงเนื้อฟัน
  • การใช้แปรงสีฟันขนแข็ง: เป็นความเชื่อที่ผิดว่าแปรงขนแข็งจะทำให้ฟันสะอาด แท้จริงแล้วฟันมนุษย์ไม่ได้ต้องการการขัดถูที่รุนแรงเหมือนสิ่งของ
  • การรับประทานอาหารที่มีกรดสูง: เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว น้ำผลไม้ หรือน้ำอัดลม ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนผิวฟัน
  • การบดเคี้ยวของแข็งเป็นประจำ: การเคี้ยวเค้นกระดูกไก่ เปลือกถั่ว ของหมักดอง หรือผลไม้เนื้อแข็ง ส่งผลให้ฟันรับแรงกดมากเกินไป
  • พฤติกรรมนอนกัดฟัน: แรงกดจากการนอนกัดฟันบ่อย ๆ มักส่งผลให้ฟันกรามและคอฟันสึกกร่อนได้ง่ายขึ้น

อาการและผลกระทบหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา

ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดงใด ๆ แต่เมื่อรอยสึกลึกลงไปถึงชั้นเนื้อฟัน จะเริ่มมีอาการเสียวฟันตามมาอย่างเด่นชัดเมื่อสัมผัสกับอากาศหรืออุณหภูมิอาหาร นอกจากนี้ยังทำให้เกิดคราบสะสมและเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุได้ง่ายขึ้นด้วย

หากปล่อยทิ้งไว้จนรอยสึกลึกถึงโพรงประสาทฟัน อาจทำให้เนื้อเยื่อภายในเกิดการอักเสบ ลุกลามเป็นหนองที่รากฟัน โครงสร้างฟันสูญเสียความแข็งแรง และอาจร้ายแรงถึงขั้นต้องถอนฟันซี่นั้นทิ้งไปในที่สุด

การป้องกันคอฟันสึก

แนวทางการรักษาคอฟันสึกโดยทันตแพทย์

หากรอยสึกยังมีขนาดเล็ก ทันตแพทย์อาจเพียงแค่นัดติดตามอาการเป็นระยะ แต่ถ้ามีอาการเสียวฟันหรือรอยสึกลึก ทันตแพทย์จะพิจารณารักษาตามความเหมาะสม ดังนี้:

  • การอุดฟัน (Dental Bonding): อุดปิดรอยสึกด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน เพื่อลดอาการเสียวฟันและป้องกันการสึกเพิ่ม
  • การใส่เฝือกสบฟัน (Night Guard): สำหรับผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมนอนกัดฟันเพื่อลดแรงกระแทก
  • การใช้ยาสีฟันเฉพาะทาง: ยาสีฟันสูตรลดอาการเสียวฟันและปรับโครงสร้างแร่ธาตุฟัน
  • การจัดฟัน: แก้ไขปัญหาในกรณีที่คอฟันสึกจากการสบฟันที่ผิดปกติ
  • การรักษารากฟันร่วมกับการครอบฟัน: ใช้ในกรณีที่รอยสึกลุกลามลึกถึงโพรงประสาทฟันแล้ว

*หมายเหตุ: แม้การรักษาจะช่วยหยุดยั้งการทำลายและแก้เสียวฟันได้ แต่เนื้อฟันธรรมชาติที่สูญเสียไปแล้วจะไม่สามารถงอกกลับมาเหมือนเดิมได้ การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

วิธีป้องกันไม่ให้คอฟันสึกง่าย

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการแปรงฟัน โดยเลือกใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่ม (Soft Brushing) ร่วมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ แปรงเบา ๆ ให้ถูกวิธีนาน 2-3 นาที วันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันสม่ำเสมอ ควบคู่กับการเข้าพบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนเพื่อตรวจเช็กสุขภาพช่องปาก [นัดตรวจฟันกับคุณหมอใจดี ที่นี่]


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าเริ่มมีภาวะคอฟันสึก?
A: สังเกตจากอาการเสียวฟันเวลากินของร้อน/เย็น หรืออาหารรสจัด และหากลองส่องกระจกแล้วเห็นบริเวณโคนฟันใกล้ขอบเหงือกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองจาง ๆ (เนื้อฟันด้านใน) หรือเริ่มเห็นเป็นร่อง นั่นคือสัญญาณเตือนครับ

Q: ต้องแปรงฟันแบบไหนคอฟันถึงจะไม่สึก?
A: ให้เน้น “แปรงเบา ๆ แต่แปรงให้ทั่วถึงและนานพอ” ประมาณ 2-3 นาที เลือกใช้แปรงขนอ่อนนุ่ม หลีกเลี่ยงการถูฟันตามแนวขวางแรง ๆ ครับ