“ฟันแตก” อันตรายไหม!?

“ฟันแตก” อันตรายไหม!?

“ฟันแตก” อันตรายไหม!?

“ฟันแตก” อันตรายไหม!? สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่คุณต้องรู้

ปัญหาฟันแตกและฟันบิ่น

ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากอย่าง ฟันถูกกระแทก หรือ ตัวฟันแตก หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องที่สังเกตเห็นได้ง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว รอยแตกร้าวบางประเภทมองเห็นได้ยากมาก ทำให้ละเลยการรักษา ดังนั้น เพื่อปกป้องรอยยิ้มของคุณ เรามาเจาะลึกสาเหตุและอาการพบบ่อยเมื่อเกิดภาวะฟันแตกกันครับ

แม้ว่าฟันจะเป็นอวัยวะที่มีโครงสร้างแข็งแรงที่สุดในร่างกาย โดยมีหน้าที่สำคัญในการบดเคี้ยวอาหาร ช่วยในการออกเสียง และเสริมสร้างบุคลิกภาพ แต่หากฟันสวยๆ ของเราเกิดอาการ ฟันหัก หรือ ฟันแตก ขึ้นมา เราควรรับมืออย่างไรดี?

ฟันแตก อันตรายไหม?

คำตอบคือ “อันตรายอย่างมากหากปล่อยทิ้งไว้นาน” ในระยะแรก รอยแตกอาจจะยังไม่ลึกถึงเนื้อฟันหรือรากฟัน แต่อาการเตือนเริ่มต้น เช่น สัญญาณเสียวฟัน หรือปวดจี๊ดทุกครั้งที่เคี้ยวอาหาร รวมถึงเมื่อสัมผัสเครื่องดื่มที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด คือสิ่งบ่งชี้ว่าฟันของคุณกำลังมีปัญหาและต้องการการดูแลจากทันตแพทย์ทันที

ลักษณะของฟันแตก เป็นอย่างไร?

ฟันแตก (Cracked Tooth) คือ การที่มีชิ้นส่วนของฟันบิ่นหรือหลุดออกมา ส่งผลให้ฟันมีลักษณะแหลมคมผิดรูป เป็นรู หรือเกิดรอยแยก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ฟันหน้าไปจนถึงฟันกราม หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการบูรณะฟัน รอยแตกจะลุกลามจนทำให้เกิดอาการฟันผุทะลุโพรงประสาทฟัน และอาจต้องสูญเสียฟันซี่นั้นไปในที่สุด

ตัวอย่างลักษณะฟันแตกบิ่น
CASA Dental Clinic

5 สาเหตุหลักที่ทำให้ฟันแตก

  • อุบัติเหตุและการกระแทก: การหกล้ม หรือการถูกกระแทกบริเวณใบหน้าอย่างรุนแรง
  • พฤติกรรมการเคี้ยวของแข็ง: ชอบเคี้ยวของแข็งเป็นประจำ เช่น น้ำแข็ง ถั่ว เมล็ดพืช หรือลูกอม
  • ปัญหาฟันผุเรื้อรัง: ฟันที่ผุเป็นเวลานานจนกินลึกเข้าไปในเนื้อฟัน ทำให้โครงสร้างฟันเปราะบาง
  • อาการนอนกัดฟัน (Bruxism): พฤติกรรมการนอนกัดฟัน หรือชอบกัดแทะสิ่งของ ทำให้เกิดแรงกดทับสะสม
  • ละเลยการดูแลช่องปาก: การทำความสะอาดไม่ทั่วถึงทำให้เกิดคราบพลัคสะสม ซึ่งจะกัดกร่อนเนื้อฟันจนเสี่ยงต่อการแตกหัก

อาการเตือน…ที่บอกว่าคุณกำลังฟันแตก

  • สามารถมองเห็นรอยแตก หรือใช้ลิ้นสัมผัสได้ถึงพื้นผิวฟันที่คม ผิดธรรมชาติ
  • มีอาการปวดหน่วงๆ หรือปวดร้าวรุนแรงเมื่อใช้งาน หรือเมื่อเคี้ยวอาหาร
  • มีอาการเสียวฟันอย่างเด่นชัดเมื่อดื่มเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น
  • ส่วนที่แตกมีความแหลมคมจนบาดลิ้นหรือเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้ม
  • พบอาการเหงือกบวม หรืออักเสบรอบๆ ฟันซี่ที่มีปัญหา

อาการแบบไหน…ที่ควรรีบพบทันตแพทย์ทันที

  1. แตกเป็นรูชัดเจน: มักเกิดจากฟันผุรุนแรง หรือวัสดุอุดฟันเก่าหลุดออก
  2. ฟันแตกครึ่ง (Split Tooth): รอยแตกร้าวแนวดิ่งจากตัวฟันยาวลงไปถึงรากฟัน ทำให้ฟันแยกเป็น 2 ส่วน มักมีอาการปวดเสียวรุนแรง
  3. แตกแนวดิ่งจากรากฟัน: เป็นรอยแตกที่เริ่มจากรากฟันขึ้นมาด้านบน ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงในระยะแรก จนกระทั่งเหงือกและกระดูกรอบๆ เกิดการอักเสบติดเชื้อเป็นหนอง

แนวทางการรักษาฟันแตก โดยทันตแพทย์

รูปแบบการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและตำแหน่งของรอยแตก โดยทันตแพทย์จะพิจารณาวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ดังนี้:

  1. การอุดฟัน (Dental Filling): ในกรณีที่ฟันแตกหรือบิ่นเพียงเล็กน้อย ทันตแพทย์จะบูรณะด้วยวัสดุคอมโพสิตเรซิ่นสีเหมือนฟัน เพื่อความสวยงามและแข็งแรง
  2. การทำวีเนียร์ (Veneer): หากรอยแตกอยู่บริเวณฟันหน้าและมีขนาดค่อนข้างใหญ่ การเคลือบผิวฟันด้วยวีเนียร์ (ทั้งแบบเซรามิกและคอมโพสิต) จะช่วยปกปิดรอยแตกและเสริมความแข็งแรงได้อย่างยอดเยี่ยม
  3. การครอบฟัน (Crown): เหมาะสำหรับกรณีฟันแตกเป็นวงกว้างจนเนื้อฟันเหลือน้อย ทันตแพทย์จะใช้วัสดุครอบทับฟันเพื่อปกป้องและฟื้นฟูการบดเคี้ยว
  4. การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment): หากรอยแตกกินลึกไปถึงโพรงประสาทฟันจนเกิดการติดเชื้อ ต้องทำการรักษารากฟันร่วมกับการทำครอบฟันเพื่อรักษาฟันแท้ไว้
  5. การถอนฟัน (Tooth Extraction): หากโครงสร้างฟันเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถบูรณะได้ การถอนฟันจะเป็นทางเลือกสุดท้าย โดยทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำรากฟันเทียมหรือฟันปลอมร่วมด้วย เพื่อป้องกันปัญหาฟันล้มในอนาคต

รีวิวเคสรักษาฟันแตกจากคลินิก
รีวิวเคสจริงจากทางคลินิก

อย่าปล่อยให้ปัญหา “ฟันแตก” ลุกลามจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ในช่องปาก การตรวจพบและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยรักษาฟันแท้ของคุณให้อยู่ได้ยาวนาน

ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุกๆ 6 เดือน: นัดตรวจฟันกับคุณหมอใจดี ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ฟันแตกอันตรายไหม?
A: มีอันตรายแน่นอนหากปล่อยทิ้งไว้ครับ เพราะเชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปสะสมจนทำให้ฟันผุลึก อักเสบ และติดเชื้อในโพรงประสาทฟันได้
Q: ฟันแตกแบบไหนที่ต้องรีบไปหาหมอทันที?
A: ฟันที่แตกเป็นรูชัดเจน ฟันแตกครึ่งแนวดิ่ง หรือมีอาการปวดร้าวและเสียวฟันอย่างรุนแรงเมื่อดื่มน้ำร้อนหรือเย็น
Q: ฟันแตกรักษาหายไหม?
A: รักษาให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติครับ หากรีบมาพบทันตแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีอาการปวดรุนแรงจนลุกลามไปถึงรากฟัน
Q: ฟันแตกรักษาด้วยวิธีใดบ้าง?
A: ทันตแพทย์จะพิจารณาตามความรุนแรง มีตั้งแต่การอุดฟัน การทำวีเนียร์ การครอบฟัน การรักษารากฟัน ไปจนถึงการถอนฟันในเคสที่ไม่สามารถเก็บฟันไว้ได้ครับ

ปรึกษาปัญหาเรื่องฟันแตก
ติดตามโปรโมชั่น CASA Dental